10 คำถามลิขสิทธิ์ (Copyright) สุดฮอต

เป็นกระแสที่สร้างความฮือฮาพอสมควรกับเรื่องของกฏหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ (Copyright) ในงานที่เกี่ยวกับ ภาพถ่าย บทความ วิดีโอ ภาพยนตร์ เพลง ฯลฯ สาเหตุที่ได้รับความสนใจและเป็นกระแสอย่างกว้างขวางเนื่องจากลิขสิทธิ์เหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวกับการการแชร์ในโลกออนไลน์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และเกี่ยวกับข้องกับผู้ใช้จำนวนมาก

เพื่อความเข้าใจในกฏและเงื่อนไขที่ถูกต้องการเผยแพร่และนำงานลิขสิทธิ์ไปใช้อย่างถูกต้อง กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รวบรวมสิ่งที่ประชาชนมีความสงสัยค่อนข้างมากเอาไว้และเผยแพร่เป็นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

ที่มา ข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ของ กรมทัรพย์สินทางปัญญา : http://goo.gl/vMoV2l
แผยแพร่เมื่อ : วันที่ 10 สิงหาคม 2015

1) ลิขสิทธิ์ (Copyright) คุ้มครองอะไรบ้าง มีอะไรที่เราสามารถเอามาแชร์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาติหรือไม่
ลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ หนังสือ ซอฟต์แวร์ เพลง รูปภาพ ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพข่าว ภาพยนตร์ ละคร เป็นต้น แต่ข้อเท็จจริงต่างๆ รวมทั้งข่าวประจำวันทั่วไป ในส่วนของข้อเท็จจริงที่รายงานเพียงแค่ว่า ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่เข้าข่ายงานอันมีลิขสิทธิ์ เราจึงสามารถเอามาใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

2 เราสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือเพลงจากอินเทอร์เน็ตมาฟังเพลงและแชร์ต่อให้เพื่อนได้ไหม
การดาวน์โหลดถือเป็นการทำซ้ำที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ กรณีเว็บไซต์ลิขสิทธิ์ที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ดาวน์โหลดฟรี ก็สามารถดาวน์โหลดได้ แต่ไม่สามารถแชร์ต่อได้ ส่วนกรณีเว็บไซต์ที่ให้บริการโดยเก็บค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลด เมื่อผู้ใช้เสียค่าบริการแล้ว จึงจะดาวน์โหลดเพื่อมารับชมหรือรับฟังได้ แต่ไม่สามารถแชร์ต่อได้เช่นกัน

3) การก๊อปปี้บทความหรือรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่เฟซบุ๊กของเราหรือแชร์ต่อทางไลน์ทำได้หรือไม่
บทความหรือรูปภาพเป็นงานลิขสิทธิ์ การนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการก๊อปปี้หรือแชร์ต่อ ควรพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ถ้านำมาใช้ในปริมาณน้อย เช่น 1 ถึง 2 ภาพที่ไม่ได้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (economic value) อย่างมีนัยสำคัญและไม่ได้เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไรโดยมีการแสดงที่มาของบทความหรือรูปภาพ ก็อาจถือว่าเป็นการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม (fair use) ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

4 การนำงานมาใช้และเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาหรือให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ เพียงพอหรือไม่ที่จะไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
การนำมาใช้และเผยแพร่ ต้องอ้างอิงที่มาหรือให้เครดิตเสมอ จึงจะไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และต้องเป็นกรณีที่ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ (Copyright) ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ รวมทั้งต้องไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควรด้วย

5 การแฮ็กหรือหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงงานลิขสิทธิ์ เช่น รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต และลบลายน้ำดิจิทัลออก และปรับแต่งรูปภาพหรือคลิปวิดีโอและโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ของเรา มีความผิดอย่างไร และมีโทษเท่าใด

  • การแฮ็กเพื่อต้องการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น มีความผิดฐานละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี อีกฐานหนึ่งนอกเหนือจากการละเมิดลิขสิทธิ์
  • การลบลายน้ำดิจิทัล ถือเป็นการละเมิดข้อมูลบริหารสิทธิมีความผิดฐานละเมิดข้อมูลบริหารสิทธิ อีกหนึ่งฐานนอกเหนือจากการละเมิดลิขสิทธิ์
  • การปรับแต่งรูปภาพหรือคลิปวิดีโอของผู้อื่นและโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ของเราโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยการดัดแปลงและเผยแพร่งานลิขสิทธิ์นั้นต่อสาธารณชน

ทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ปรับ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท เพื่อการค้า ปรับ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
โทษฐานละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี ปรับ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท เพื่อการค้า ปรับ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือจำคุก 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

6 การก๊อปปี้ภาพหรือบทความจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ในลักษณะอย่างไร จึงจะต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ และอย่างไรจึงไม่ต้องขออนุญาต
กรณีที่ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น การนำภาพหรือบทความนั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น กรณีที่ไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องเป็นการใช้ในปริมาณพอสมควร เช่น นำมาใช้ในการวิจัยหรือศึกษางานซึ่งไม่ใช่เพื่อหากำไรใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท ใช้ในการติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น ใช้ในการเสนอข่าวทางสื่อมวลชนโดยมีการรับรู้ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น และใช้ในการเรียนการสอน เป็นต้น

7 การทำบล็อก (Blog) แล้วนำคลิปวิดีโอของยูทูปมาเผยแพร่ที่บล็อกของเรา (embed) ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
ถ้าเจ้าของคลิปวิดีโอบนยูทูปเผยแพร่คลิปวิดีโอนั้นในลักษณะ Public จะถือว่าเจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้สาธารณชนทั่วไปเข้าถึงงานดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้น การทำ blog แล้วนำคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่ในลักษณะ Public มาเผยแพร่ในบล็อกของเราในรูปแบบของการฝังโค้ด (embed) ก็อาจไม่เข้าข่ายละเมิด เช่นเดียวกับการ share link ของคลิปวิดีโอดังกล่าว เนื่องจากการ embed และการ share link เป็นการอ้างอิงกลับไปยังคลิปวิดีโอของเจ้าของลิขสิทธิ์ สำหรับการดาวน์โหลด (dowmload) คลิปวิดีโอและอัพโหลด (upload) ขึ้นใหม่ใน blog เป็นการทำซ้ำและเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ใน blog จึงจำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน

8 หากซื้อซีดีภาพยนตร์ ซีดีเพลง หรือรูปภาพมาอย่างถูกต้อง เมื่อใช้แล้วจะนำออกขายต่อได้หรือไม่ กรณีซื้อโดยดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ ภาพยนตร์ เพลงจากเว็บไซต์ จะขายต่อได้หรือไม่
การซื้อซีดีภาพยนตร์ ซีดีเพลงหรือรูปภาพ ผู้ซื้อได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในแผ่นซีดีภาพยนตร์ ซีดีเพลงหรือรูปภาพนั้น จึงสามารถนำออกขายต่อได้ (กรณีซีดีภาพยนตร์ จะต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551) แต่ผู้ซื้อไม่สามารถทำสำเนางานเพื่อนำออกขายได้ เนื่องจากสิทธิในการทำซ้ำและการนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ สำหรับกรณีการซื้อมาโดยวิธีการดาวน์โหลดนั้น เป็นการที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ใช้สิทธิ (License) ดังนั้น ไม่สามารถนำไฟล์งานดังกล่าวออกขายต่อได้

9 ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต (ISPs) เช่น YouTube Google True DTAC จะมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยหรือไม่ หากผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตอัพโหลดหนังหรือเพลงละเมิดลิขสิทธิ์
ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต (ISPs) ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์หากให้ความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ในการนำงานละเมิดออกจากเว็บไซต์ตามคำสั่งศาล

10 จะทำอย่างไรเมื่อมีคนนำงานลิขสิทธิ์ของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อพบว่ามีการละเมิดเกิดขึ้น เจ้าของลิขสิทธิ์ (Copyright) อาจแจ้งเตือนให้ผู้กระทำละเมิดหยุดการกระทำดังกล่าว หรือเจ้าของลิขสิทธิ์อาจไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาล หรือาจขอให้มีการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทโดยใช้บริการไกล่เกลี่ยของกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระว่างประเทศ

ที่มา : สรุปประเด็นจาก พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537* ยกเว้น ขอ 5 ข้อ 8 และข้อ 9
จาก พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 (มีผล 4 สิงหาคม พ.ศ.2558)

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *