Broker ขายบ้าน ถ้าสนใจก็ทำได้ไม่ยาก

วันนี้ผมมีอีกหนึ่งอาชีพมาแนะนำกันนั่นคือ อาชีพ Broker หรือนายหน้า นายหน้ามีหลายกลุ่มหลายธุรกิจ ในครั้งนี้จะมาคุยถึงนายหน้าขายบ้าน ใครที่กำลังสนใจ คิดว่าตัวเองก็น่าจะทำได้ อาชีพนี้เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ถ้าขายเก่งก็รวยได้เหมือนกัน

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา

ความต้องการบ้านที่อยู่อาศัยยังคงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Broker หรือนายหน้าขายบ้านมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย ความหมายและหน้าที่ของนายหน้าขายบ้านก็คือ เป็นตัวแทนขายแทนเจ้าของบ้าน ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาบ้านให้กับผู้ที่มีความต้องการ พร้อมกันนั้นก็อำนวยความสะดวกในการซื้อขายให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย

ค่าตอบแทนตามกฏหมายที่นายหน้าจะได้รับก็คือ 3% ของราคาซื้อขาย หรือตามแต่ตกลงกันระหว่างผู้ขาย ทั้งนี้ในการฝากขายหรือทำหน้าที่เป็นนายหน้าควรมีหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อีกษรที่ชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน แม้ว่าทางกฏหมายจะบอกว่า หากผู้ใดทำหน้าที่หรือจัดหาจนเจ้าของทรัพย์สามารถขายทรัพย์ได้มีสิทธิ์ที่จะได้ค่านายหน้าในอัตรา 3% ของราคาซื้อขาย แต่ทางที่ดีที่สุด มีเอกสารสัญญาไว้เป็นหลักฐานจะดีกว่า

ข้อความสำคัญในสัญญาฝากขาย

สัญญารับฝากขายอสังหาริมทรัพย์สามารถหาดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตได้ ถ้าจะให้ดีควรนำมาปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับการทำงานของคุณเอง เนื้อความในสัญญาโดยรวมแล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นการกรอกข้อมูลระหว่าง Broker และผู้ฝากขาย (เจ้าของบ้าน) พร้อมกับบันทึกความเข้าใจให้ตรงกัน

สาระสำคัญหรือสิ่งที่ควรรู้ เป็นสิ่งที่คุณอาจจะต้องปรับเปลี่ยนก่อนกำหนดเป็นเอกสารสัญญาของตัวเองขึ้นมาคือ…

– ระยะเวลาในการฝากขาย ส่วนใหญ่นายหน้ามักจะกำหนดสัญญาหรือสิทธิ์การเป็นนายหน้าในการฝากขายไว้ที่ 1 ปี เพราะการขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ว่าจะขายกันได้ง่ายๆ บางครั้งใน 1 ปีก็ยังไม่สามารถที่จะขายได้

– การเรียกรับค่านายหน้าหลังสิ้นสุดสัญญา ต้องมีการกำหนดในสัญญาไว้ด้วยว่า กรณีที่ขายบ้านได้หลังจากหมดสัญญาไปแล้วไม่เกินกี่เดือน ผู้ขายยังคงต้องจ่ายค่านายหน้าให้กับ Broker ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา

เนื่องจาก ป้องกันความเสียเปรียบ กรณีที่มีผู้สนใจบ้านมาซื้อในช่วงที่กำลังใกล้หมดสัญญาฝากขาย ผู้ซื้อและผู้ขายอาจมีการตกลงกันให้สัญญาฝากขายหมดลงก่อนแล้วค่อยมาทำสัญญาซื้อขายกัน จะได้ไม่ต้องเสียค่านายหน้า 3% โดยอาจจะนำ 3% นั้นไปเป็นส่วนลดให้กับผู้ซื้อแทน

ดังนั้น ควรมีการระบุในสัญญาไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น หากผู้ขายสามารถขายทรัพย์สินได้ภายใน 3 เดือน (หรือ 6 เดือน) หลังจากครบกำหนดสัญญา 1 ปี ผู้ขายยังคงต้องจ่ายค่านายหน้าให้ตัวแทนในอัตรา 1.5% หรือในอัตรา 3% หากผู้ซื้อเป็นผู้ที่ตัวแทนแนะนำมาให้ในระหว่างที่อยู่ในระยะเวลาของสัญญา เป็นต้น

ทั้งนี้การเรียกรับค่านายหน้าหลังครบกำหนดสัญญา ควรมีการระบุที่ชัดเจน และไม่เป็นการเอาเปรียบเจ้าของบ้านที่ฝากขายเกินไป ในการทำงานจริง ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยตกลงทำความเข้าใจกันมากกว่า

นายหน้าทำอะไรให้ผู้ฝากขายบ้าง

เมื่อมีโอกาสในการได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนขายบ้านจากเจ้าของบ้านแล้ว Broker ที่มีความเป็นมืออาชีพ ก็จะต้องพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้สามารถขายบ้านแต่ละหลังได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่เพื่อรายได้ของตัวนายหน้าเองด้วย

การทำงานของนายหน้าในรูปแบบของบริษัทหรือมืออาชีพจะต้องมีการทำการตลาดหรือโปรโมททรัพย์เพื่อเผยแพร่ให้ผ่านตาผู้ซื้อมากที่สุด ช่องทางที่บริษัทนายหน้านิยมทำกันได้แก่…

– ลงโฆษณาในนิตยสาร เมื่อทำสัญญาฝากขายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่นายหน้าจะต้องทำคือ การถ่ายภาพบ้านหรือทรัพย์ที่จะขาย แล้วนำภาพพร้อมกับข้อมูลไปลงประกาศผ่านช่องทางต่างๆ ที่มีอยู่ รวมถึงโฆษณาขายในนิตยสารบ้านมือสองด้วย (หลายปีก่อนการลงประกาศขายในนิตยสารถือเป็นจุดเด่นของบริษัทนายหน้าใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันการลงโฆษณาในนิตยสารมีบทบาทน้อยลง เพราะสื่อออนไลน์มีศักยภาพมากกว่า)

– เขียนป้ายประกาศ เขียนป้ายประกาศขายติดที่หน้าบ้าน พร้อมกับติดละแวกบ้านประมาณ 10 ป้ายขึ้นไป (ถือว่ายังเป็นสิ่งที่จำเป็น)

– ลงข้อมูลบนเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ของ Broker เอง แม้จะเป็นในนามบุคคลก็ตาม ควรมีเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการลงประกาศขายบ้าน (ถือว่าจำเป็นมากในปัจจุบัน เป็นช่องทางที่มีศักยภาพ)

– อื่นๆ อาจจะลงประกาศตามเว็บฝากขายสินค้าดังๆ หรือตามสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook Fanpage เป็นต้น

>>> ติดตามกันต่อถึงเทคนิควิธีการขาย รวมถึงสิ่งที่ควรรู้ในการขาย คลิกเลย!

 

ติดตามข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/taamkin

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *